เพราะภาษาไทยมีโทนเสียงอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ และเป็นเอกลักษณ์ ที่เกิดจากการนำตัวอักษรมาผสมกับวรรณยุกต์จนเกิดเป็นคำมากมายให้เราได้ใช้พูดใช้เขียน และได้มีวิวัฒนาการเรื่อยมาให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัยโดยความงดงามอันเกิดจากการประดิษฐ์คำไทยให้ออกมาน่าฟังนี้ จึงกลายเป็นที่มาของการแต่งกาพย์กลอน ที่มีความแตกต่างด้านฉันทลักษณ์ ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยโดดเด่น และสร้างความแปลกใหม่ของการใช้คำได้เป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้เองที่ถือเป็นจุดดึงดูดสายตาของคนทั่วโลกให้มาเรียนรู้ภาษาไทยเพิ่มมากขึ้น

ความเป็นมาของการประพันธ์กาพย์ โคลง กลอน ทั้งร้อยกรองร้อยแก้วนั้น ล้วนแล้วก็มีเรื่องราวมากมายแฝงอยู่ซึ่งสามารถสะท้อนแนวความคิดของผู้คนในช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย ที่เกี่ยวข้องกับคนในยุคปัจจุบันโดยตรง จากการประพันธ์ของบรรดาเหล่ากวีเอกในสมัยนั้นๆ ก็ได้กลายเป็นตัวอย่างการประพันธ์ที่เป็นสมบัติตกทอดกันมาอย่างยาวนาน เพื่อให้กวีหน้าใหม่ได้ศึกษาเป็นแนวทาง และช่วยอนุรักษ์สืบสานไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้สืบไป

สัมผัสสระในบทร้อยกรอง

แน่นอนว่าความไพเราะเพราะพริ้งของบทร้อยกรองจะต้องมีเรื่องการใช้สัมผัสต่างๆ มาเกี่ยวข้องในการประพันธ์ เนื่องจากรูปแบบโคลงกลอนต้องการความสละสลวย ฟังแล้วต้องรื่นหู ดังนั้นสัมผัสนอก และสัมผัสใน รวมไปถึงการใช้สัมผัสอักษร และสัมผัสสระนั้นจึงต้องถูกนำมาใช้ ให้เหมาะสมกับประเภทของบทร้อยแก้วร้อยกกรองเพื่อให้ได้ผลงานที่งดงามต่อไป

หลักการใช้สัมผัสสระ

สัมผัสสระคือ การใช้คำที่ประกอบไปด้วยสระทั้งเสียงยาว และเสียงสั้นให้คล้องจองกัน ไม่ว่าจะวรรคเดียวกันหรือคนละวรรคก็ตามแต่ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อใช้สัมผัสสระได้แก่ สระต้องเป็นเสียงเดียวกันกล่าวคือ ระบบสระในภาษาไทยประกอบไปด้วยเสียงสั้น และเสียงยาว ในแต่ละฉันทลักษณ์จะกำหนดรูปแบบการประพันธ์ไว้อย่างชัดเจน บางรูปแบบจะกำหนดไว้เลยว่าวรรคนี้ต้องใช้สระเสียงสั้น และเสียงยาวกี่คำ ต้องใช้ในคำใดบ้าง รวมไปถึงสัมผัสระหว่างวรรคก็ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนด้วย ดังนั้นถ้าหากต้องการประพันธ์บทร้อยกรองประเภทใดก็ตามแต่ เรื่องการกำหนดตำแหน่งของการวางคำนั้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตลอดจนเป็นสิ่งที่ทำให้บทประพันธ์นั้นลื่นไหลมากขึ้นด้วย

มาตราตัวสะกดที่ใช้ต้องอยู่ในมาตราเดียวกัน ตัวอักษรในภาษาไทยมีทั้งหมด 44 ตัว โดยถูกแบ่งออกเป็น สามหมวดหมู่ แล้วนำมาผสมกับสระจนเป็นคำใหม่ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อเสียงหนักเบาของคำ นั้นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักการการใช้สัมผัสสระด้วย

สัมผัสนอก สัมผัสใน

เพราะการกำหนดแบบแผนในการสร้างสรรค์บทร้อยกรองนั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการเรียงร้อยถ้อยคำ ให้ไพเราะสวยงาม เพราะถ้าหากไม่ตรงตามรูปแบบแล้วก็อาจจะแต่งเติมต่อไปได้ยากมากขึ้น แถมยังมีระบบเสียงที่ไม่สัมพันธ์กันอีกด้วย สิ่งหนึ่งที่ทำให้การแต่งบทร้อยกรองทุกประเภทเป็นไปอย่างราบรื่นฟังแล้วเสนาะหูคือ การคำนึงถึงสัมผัสนอก และสัมผัสใน เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดสัมผัสทุกส่วนของกาพย์ ฉันท์ โคลง กลอนทุกชนิดให้เป็นไปอย่างสมดุลกันไม่ขาดไม่เกิน

 

สัมผัสนอกคือ การสร้างสัมผัสให้เกิดขึ้นโดยใช้สัมผัสสระให้ตรงตามแบบที่วางเอาไว้ เพื่อให้เกิดความไพเราะ โดยสัมผัสนอกจะเกิดขึ้นระหว่างวรรคส่ง และวรรครับเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่องของเสียง และการสื่ออารมณ์

สัมผัสในคือ การสร้างสัมผัสอันสละสลวยให้เกิดขึ้นภายในวรรคเดียวกัน เพื่อให้เกิดความคล้องจองกันภายในวรรคนั้น เพื่อให้ง่ายต่อการกำหนดเสียงในวรรคต่อไป อาจเป็นสัมผัสสระหรือเป็นสัมผัสอักษรก็ได้เช่นเดียวกัน